ทุนวิจัย


แหล่งเงินทุนภายใน

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

1. ทุนวิจัยรัชดาภิเษกสมโภช คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สำหรับอาจารย์/นักวิจัย สนับสนุนไม่เกิน 400,000 บาท)

คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน/เงื่อนไข

  • อาจารย์/นักวิจัย สังกัด คณะแพทย์จุฬาฯ
  • แพทย์ประจำ รพ.จุฬาฯ มีคำสั่งแต่งตั้งเป็น อาจารย์พิเศษของ จุฬาฯ
  • อาจารย์ชาวต่างประเทศ อาจารย์ หรือนักวิจัย ที่มีสัญญากับคณะแพทยฯ ไม่ต่ำกว่า 9 เดือน/ปี
  • เป็นผู้ที่ไม่ติดค้างทุนรัชดา ฯ ตามระเบียบเกณฑ์ ทุนคณะแพทย์ (ประกาศฯ หลักเกณฑ์ ปี 2563)
    (ผู้วิจัยโปรดศึกษารายละเอียดตาม ประกาศฯ หลักเกณฑ์ทุนรัชดาฯ คณะแพทย์ วันที่ 28 ส.ค. 63)

การสมัคร

  • ผู้สนใจจะต้องลงทะเบียนและยื่นข้อเสนอโครงการ กรอกแบบใบสมัคร (ว.2) ผ่านระบบทุนวิจัยออนไลน์ เว็บไซต์ http://r-mdcu.medchulairb.com
  • จากนั้นจะต้องส่งชุดเอกสารการสมัคร ผ่านระบบ Less paper ของภาควิชา ภายใน 7 วัน หลังจาก Submit ผ่านระบบทุนออนไลน์แล้ว
  • ชุดเอกสารการสมัครประกอบด้วย
    • บันทึกข้อความขอสมัครรับทุนฯ (ผ่านหัวหน้าภาวิชา)
    • ใบสมัครทุน (เอกสาร ว.2) Download ได้หลังจาก กด Submit ในระบบทุนฯ แล้ว Print ออกมา พร้อมขอความเห็นของหัวหน้าภาค
    • โครงการวิจัย (เอกสาร ว.3)
    • เอกสารการผ่านการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จริยธรรมของการวิจัยในคน หรือสัตว์ทดลอง (ถ้ายังไม่มี สามารถส่งตามมาภายหลัง)
    • สำหรับการวิจัยเกี่ยวกับเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ และสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ institutional biosafety committee (MDCU-IBC) ด้วย (โทร 02 256 4493)

*** ใบสมัครขอรับทุนรัชดาภิเษกสมโภช คณะแพทยฯ (เอกสาร ว.2) เอกสารนี้ สามารถ download ได้หลังจาก การ Submit ผ่านระบบ online สมบูรณ์ (จะต้องขึ้นสถานะ Submit, ถ้าสถานะยังเป็น Draft แสดงว่า การ Submit ยังไม่สมบูรณ์) *** 

กำหนดการเปิดรับสมัคร ปีละ 1 ครั้ง ระหว่าง วันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 65 (จำนวน 40 ทุน)

  • ทุนสำหรับปีงบประมาณ 2566 รับเอกสารการสมัครผ่านระบบ Less paper ตั้งแต่บัดนี้  ถึง วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 (เวลา 17.00 น.)

ติดต่อ

1. คุณพรทิพย์ สินธวานุรักษ์ โทร 0 2256 4455 / 0 2256 4466 ต่อ 18, อีเมล pornthip.si@chula.ac.th
2. คุณประภาพร แสนพันธ์ โทร 0 2256 4455 / 0 2256 4466 ต่อ 19, อีเมล praphaporn.s@chula.ac.th

ratchada-2-2566

%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0ff

 

2. ทุนวิจัยเพื่อส่งเสริมการขอทุนจากแหล่งทุนภายนอก (Matching Fund)

  •  เป็นทุนจากแหล่งทุนภายนอกภาครัฐบาลโดยตรง โดยไม่ผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ทุนที่ผ่านจุฬาฯอาทิเช่น ทุนอุดหนุนงบประมาณแผ่นดิน,ทุนอาซาฮี เป็นต้น) แหล่งทุนภายนอกต่างประเทศที่มิใช่โครงการที่ทำร่วมกับบริษัทยา
  • โครงการวิจัยจะต้องดำเนินการเซ็นสัญญารับทุนกับแหล่งทุนภายนอกและจัดทำประกาศแหล่งทุนภายนอกจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว

เมื่อผู้วิจัยได้รับประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการลงทะเบียนและยื่นโครงการผ่านระบบทุนวิจัยออนไลน์ (http://r-mdcu.medchulairb.com) เมื่อ Submit ในระบบแล้ว โปรดส่ง เอกสาร ว.2 (แบบฟอร์มสมัคร) ที่ได้จากระบบ Online พร้อมลงนามครบ และสำเนาประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 1 ชุด มายังฝ่ายวิจัย ตึกอานันทมหิดล ชั้น 3

กำหนดการรับสมัคร สำหรับทุนวิจัยประเภทที่ 3 : ตลอดปี

ติดต่อ          คุณประภาพร แสนพันธ์
โทร             0 2256 4455 / 0 2256 4466 ต่อ 19
อีเมล praphaporn.s@chula.ac.th

 

3. ทุนสำหรับ Visiting Professors

ติดต่อ           คุณปวีณา สุภาตรี

โทร               0 2256 4455 / 0 2256 4466 ต่อ 15

อีเมล            conferencesmdcuresearch@gmail.com

คลิก ที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มและเอกสารที่เกี่ยวข้อง


สำนักงานบริหารวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.research.chula.ac.th (โดย login ใช้ username+pass email @chula )

1. ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Center of Excellence, CE)
2. หน่วยปฏิบัติการวิจัย (Research Unit, RU)
3. กลุ่มขับเคลื่อนการวิจัย (Special Task Force for Activating Research: STAR)
4. หลักเกณ์และเงื่อนไขการแต่งตั้งนักวิจัยพันธมิตร

4.1 ขั้นตอนในการขอนักวิจัยพันธมิตร

4.2 เกณฑ์นักวิจัยพันธมิตร

4.3 แบบเสนอขอแต่งตั้งนักวิจัยพันธมิตร

4.4 แบบสรุปรายชื่อผู้ขอรับการแต่งตั้งเป็นนักวิจัยพันธมิตร

4.5 ประกาศรายชื่อนักวิจัยพันธมิตร

4.5.1 ประกาศฉบับที่ 1

4.5.2 ประกาศฉบับที่ 2

4.5.2 ประกาศฉบับที่ 3
5. เกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสนับสนุนตีพิมพ์ผลงานวิชาการในระดับนานาชาติ
6. ทุนพัฒนาอาจารย์ใหม่ / นักวิจัยใหม่
7. เกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสนับสนุนโครงการคลินิกวิจัย (Research Clinic)
8. ทุนนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
9. ทุนสนับสนุนวิจัย
10. ทุนศาสตราภิชาน

ประกาศทุนวิจัยและการสนับสนุน 2564

  1. ประกาศจุฬาฯ เรื่อง การบริหารโครงการ การเงินและการพัสดุ สำหรับทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก
  2. ประกาศจุฬาฯ เรื่อง การบริหารโครงการ การเงินและการพัสดุ สำหรับทุนอุดหนุนการวิจัยจากเงินรายได้
  3. ประกาศจุฬาฯ เรื่อง การบริหารโครงการ การเงินและการพัสดุ สำหรับทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก (ววน.)
  4. ประกาศจุฬาฯ เรื่อง ทุนสนับสนุนวิจัย กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช
  5. ประกาศจุฬาฯ เรื่อง ทุนนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช
  6. ประกาศจุฬาฯ เรื่อง ทุนพัฒนาอาจารย์ใหม่นักวิจัยใหม่ กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช
  7. ประกาศจุฬาฯ เรื่อง เกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสนับสนุนการตีพิมพ์ผลงานวิชาการในระดับนานาชาติ กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช
  8. ประกาศจุฬาฯ เรื่อง เกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสนับสนุนโครงการคลินิกวิจัย (Research Clinic) ของกองทุนรัชดาภิเษกสมโภช
  9. ประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มวิจัย กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช พ.ศ.2564
  10. ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าด้วยการบริหารทุนอุดหนุนการวิจัย พ.ศ.2564

ติดต่อ สบจ.

Facebook: สำนักบริหารวิจัย จุฬาฯ
Line Official : @cu.research
Email: research@chula.ac.th
Call Center: 0-2218-0236


แหล่งเงินทุนภายนอก

– สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2534 ตาม พ.ร.บ.พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 เพื่อเป็นหน่วยงานที่บริหารกองทุนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

เว็บไซต์: https://www.nstda.or.th/th/

– สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีพันธกิจในด้านจัดทำนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และกรอบงบประมาณเพื่อการจัดสรรทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ ศึกษาสถานการณ์ภาพรวมด้านการวิจัยและนวัตกรรม การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนงานด้านวิชาการ งานธุรการ และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ กสว.

เว็บไซต์: https://www.tsri.or.th/

– สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติมุ่งมั่นการนำองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานกลางด้านการบริหารงานวิจัยของประเทศ ที่ทุกภาคส่วนในระบบวิจัยยอมรับในบทบาทการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ การส่งเสริมการวิจัยอย่างมีทิศทาง การประเมินผลและการจัดการความรู้จากการวิจัย การวางมาตรฐานด้านการวิจัย การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงฐานข้อมูลการวิจัยของประเทศโดยการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

เว็บไซต์: https://www.nrct.go.th/
ระบบสารสนเทศ: http://nriis.nrct.go.th/

– สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

จัดทำข้อเสนอนโยบายและมาตรฐานการอุดมศึกษา และแผนพัฒนาการอุดมศึกษา รวมทั้งดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ระดับอุดมศึกษากับต่างประเทศ หลักเกณฑ์และแนวทางการสนับสนุนทรัพยากร การจัดตั้งและจัดสรรงบประมาณอุดหนุนสถาบันอุดมศึกษาและวิทยาลัยชุมชน

ประสานและส่งเสริมการดำเนินงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และศักยภาพนักศึกษา รวมทั้งผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถพิเศษในระบบอุดมศึกษา และประสานส่งเสริม สนับสนุนการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และสนับสนุนการพัฒนาประเทศ เสนอแนะเกี่ยวกับการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและยกเลิกสถาบันอุดมศึกษาและวิทยาลัยชุมชน

ดำเนินการเกี่ยวกับติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการอุดมศึกษาตามที่คณะกรรมการการการอุดมศึกษามอบหมาย รวมทั้ง การรวบรวมข้อมูลและจัดทำสารสนเทศด้านการอุดมศึกษา

เว็บไซต์: https://www.mhesi.go.th/home/

– กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ส่งเสริม  สนับสนุน  และกำกับดูแลการอุดมศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมีความเป็นอิสระทางวิชาการและการบริหารจัดการ  ให้มีการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ  และให้ดำเนินการวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน  สังคม  และประเทศทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี  สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์  และสหวิทยาการ ดูแลการวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษา  และหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมที่อยู่ในสังกัดกระทรวงหรือกำกับดูแลของรัฐมนตรี  รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมที่อยู่นอกกระทรวงเพื่อให้เกิดความร่วมมือ  และดำเนินการไปในทิศทางที่มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับนโยบาย  ยุทธศาสตร์  และแผนด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

จัดให้มีระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม  รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือเพื่อผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทาง  และความร่วมมือในด้านการวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรมกับหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบุคคลหรือหน่วยงานในต่างประเทศ อาจมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดหรือในกำกับเป็นผู้ดำเนินการ  หรืออาจร่วมดำเนินการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานเอกชนหรือต่างประเทศก็ได้

เว็บไซต์: https://www.mhesi.go.th/home/index.php

– สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

เป็นองค์กรของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พร้อมๆ กับการจัดตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีโครงสร้างองค์กรและการบริหารที่เน้นความคล่องตัว เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายในการจัดการความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพได้ (Better Knowledge Management for Better Health Systems)

เว็บไซต์: https://www.hsri.or.th/researcher

– สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

ส่งเสริมการสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติ สร้างโอกาสในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรม และยกระดับทักษะและความสามารถทางนวัตกรรมของกลุ่มเป้าหมาย

เว็บไซต์: https://www.nia.or.th/

– หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

ระบบการบริหารและจัดการทุนของไทย แต่เดิมมีหน่วยงานบริหารและจัดการทุน 4 หน่วยงาน คือ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีภารกิจของตนเอง ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมทุกมิติของการขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และไม่มีกำลังพอที่จะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยสามารถสร้างนวัตกรรมในตลาดโลกได้ และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภานโยบายจึงได้มีการจัดตั้งหน่วยบริหารและจัดการทุนเฉพาะด้านภายใต้สภานโยบายขึ้น โดยไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการบริหารที่มีความเป็นอิสระ และมี สอวช. ทำหน้าที่เป็นร่มนิติบุคคล โดยไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการบริหารและผู้อำนวยการ ทั้งนี้ 3 หน่วยบริหารและจัดการทุน ใน สอวช. ประกอบด้วย หน่วยด้านการพัฒนาด้านกำลังคน หน่วยด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และหน่วยด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่มุ่งเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก โดยทั้ง 3 หน่วยที่ตั้งขึ้น เมื่อขึ้นรูปและฟูมฟักเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเป็นหน่วยงานบริหารและจัดการทุนที่มีประสิทธิภาพแล้วจะเร่ง Spin off ออกจาก สอวช. โดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี

เว็บไซต์: https://www.nxpo.or.th/A/

– หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)

ระบบการบริหารและจัดการทุนของไทย แต่เดิมมีหน่วยงานบริหารและจัดการทุน 4 หน่วยงาน คือ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีภารกิจของตนเอง ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมทุกมิติของการขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และไม่มีกำลังพอที่จะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยสามารถสร้างนวัตกรรมในตลาดโลกได้ และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภานโยบายจึงได้มีการจัดตั้งหน่วยบริหารและจัดการทุนเฉพาะด้านภายใต้สภานโยบายขึ้น โดยไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการบริหารที่มีความเป็นอิสระ และมี สอวช. ทำหน้าที่เป็นร่มนิติบุคคล โดยไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการบริหารและผู้อำนวยการ ทั้งนี้ 3 หน่วยบริหารและจัดการทุน ใน สอวช. ประกอบด้วย หน่วยด้านการพัฒนาด้านกำลังคน หน่วยด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และหน่วยด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่มุ่งเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก โดยทั้ง 3 หน่วยที่ตั้งขึ้น เมื่อขึ้นรูปและฟูมฟักเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเป็นหน่วยงานบริหารและจัดการทุนที่มีประสิทธิภาพแล้วจะเร่ง Spin off ออกจาก สอวช. โดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี

เว็บไซต์: https://www.nxpo.or.th/B/

– หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

ระบบการบริหารและจัดการทุนของไทย แต่เดิมมีหน่วยงานบริหารและจัดการทุน 4 หน่วยงาน คือ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีภารกิจของตนเอง ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมทุกมิติของการขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และไม่มีกำลังพอที่จะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยสามารถสร้างนวัตกรรมในตลาดโลกได้ และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภานโยบายจึงได้มีการจัดตั้งหน่วยบริหารและจัดการทุนเฉพาะด้านภายใต้สภานโยบายขึ้น โดยไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการบริหารที่มีความเป็นอิสระ และมี สอวช. ทำหน้าที่เป็นร่มนิติบุคคล โดยไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการบริหารและผู้อำนวยการ ทั้งนี้ 3 หน่วยบริหารและจัดการทุน ใน สอวช. ประกอบด้วย หน่วยด้านการพัฒนาด้านกำลังคน หน่วยด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และหน่วยด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่มุ่งเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก โดยทั้ง 3 หน่วยที่ตั้งขึ้น เมื่อขึ้นรูปและฟูมฟักเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเป็นหน่วยงานบริหารและจัดการทุนที่มีประสิทธิภาพแล้วจะเร่ง Spin off ออกจาก สอวช. โดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี

เว็บไซต์: https://www.nxpo.or.th/C/